ploy's profileploy worldPhotosBlogListsMore Tools Help

ploy 许

Occupation

ploy world

(◡‿◡✿)WeLcomE To My woRlD(◡‿◡✿)

Windows Media Player

6/16/2008

ทำงานใหม่

มาทำงานที่ใหม่
 
เพิ่งได้เข้ามาที่บริษัทเป็นวันแรก
 
หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมา
 
ไปฝังตัวอยู่ที่เสรีฯ
 
ช่วงที่ไปอยู่กับฝ่ายขายที่โน่น
 
มีความสุขมากๆ
 
อยากไปทำงานทุกวันเลย
 
แต่พอมาอยู่ที่นี่
 
แค่เพียงวันแรก
 
เราก็รู้สึก
 
ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา
 
มันรู้สึกไม่ใช่
 
ไม่รู้สิ
 
เราอาจจะคิดมากไปเองก็ได้
 
แต่เราก็จะลองดู
 
ดูสิว่าเราจะปรับตัวให้เข้ากับคนที่นี่ได้ไหม
 
เฮ้อ
 
ทำไมนะ
 
ทำไมเราถึงไม่ได้ทำงานที่นั่น
 
เราเบื่อมากๆเลยล่ะ
 
จะทนได้อีกนานไหมนะ
 
 
 
2/4/2008

ดอยม่อนจอง

กลับมาจากการท่องเที่ยว
 
"ดอยม่อนจอง"
 
เป็นสถานที่ๆสวยมากอีกที่นึง
 
ทั้งนี้ทั้งนั้น
 
ต้องขอขอบคุณ
 
สมาชิกกลุ่มล้านนาทุกท่าน
 
สำหรับทริปดีๆและการต้อนรับที่อบอุ่น
 
เริ่มที่พี่โอ.....บ้านพี่น่าอยู่มากๆค่ะ...คุณพ่อ คุณแม่ คุณน้อง คุณเพื่อนของพี่น่ารักกันทุกคนเลย
 
พี่หนึ่งน้องบอล.....นี่ถ้าหนูไม่ได้พี่หนูคงแย่..หมูหมักคุณพี่เด็ดสุดๆเลยค่ะ..วันหลังสอนหนูบ้างนะคะ
 
พี่เหน่ง.....เสียด๊าย  เสียดายที่มะได้ไปทรมานด้วยกัน..แล้วก็ขอบคุณมากๆค่ะ  สำหรับอาหารค่ำคืนวันอาทิตย์
 
พี่อาร์มและพี่อ้อ.....สำหรับลุกอมฮอลล์ที่ช่วยความสดชื่นระหว่างเดินทางนะคะ...แม่บ้านที่1ขา  วันหลังไปกรึ๊บด้วยกันอีกนะคะ
 
พี่กด.....ขอบคุณที่ช่วยกางเต้นท์ และก็ช่วยเก็บอีกต่างหาก..พี่เดินได้อึดมากๆ..ข้าน้อยนับถือ
 
เพื่อนหนุน.....นี่ถ้าไม่มีเพื่อนล่องฟ้า  พลอยต้องอดไปแน่ๆ...แต่ว่าฉันจะจำคำเธอไว้นะ  "อากาศเชียงใหม่ร้อนมาก"
 
คุณปูน.....วันไหนจะไปเป็นเขยชาวดอย  แล้วช่วยร่อนการ์ดด้วยนะคะ
 
คุณเบลล์.....สามารถจริงๆค่ะ......สามารถสวยได้ทุกสถานการณ์..นับถือๆ
 
special thanks
 
ครอบครัวพี่โอ.....หวังว่าคงจะมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนนะคะ...นั่งรถผ่านเมื่อไหร่  หนูจะแวะไปเยี่ยมอิๆ
 
คุณมาเรีย(น้องพี่โอจิ)......ขับรถมันส์มาก
 
พี่ศักดิ์.....ขับรถมันส์กว่า...คราวหน้าขอเข้าโค้ง120เลยนะคะ
 
พี่ชานนท์....สัญญาแล้วนะคะว่าคราวหน้าจะเอาสุรากุหลาบพันปีให้หนุดื่ม
 
พี่ๆน้องลูกหาบ....ถ้าไม่มีพวกคุณ....หนูคงไปไม่ถึงแน่ๆเลยค่ะ
 
ท้ายสุด....ขอบคุรพันทิบค่ะ...ถ้าไม่มีพันทิพหนูจะได้ไปทริปนี้ไหมเนี่ย55
 
 
 
 


 
1/18/2008

รูปเก่าๆ

 
11/18/2007

อิจฉาคนมีความรัก

ไปดูคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์มา
ก็สนุกดีนะ
 
หลังจากที่ไม่ได้ไปคอนเสิร์ตแบบนี้มานานพอสมควรแล้ว
ครั้งสุดท้ายก็คงเป็น
 
ดิ ออฟสปริง เมื่อ3 ปีที่แล้วโน่นมั้ง
 
แต่สิ่งที่กวนใจอยู่ตอนนี้คือ
 
เจ้าตากล้องตัวดีต่างหาก
 
เรื่องมีอยู่ว่า
 
ไปดูคอนเสิร์ต...ไอ้ตรงข้างหน้ามันเป็นดอลลี่
 
ตากล้องก็แว้บบบไป....แว้บบบบมา
เห็นแล้วมันชวนให้คิดถึงมากๆ
 
เสื้อผ้า ผมเผ้า ท่าทาง...ก็พอได้
แต่หน้าตาและอายุ ยังไม่ใช่
 
แต่แค่นี้มันก็ทำให้เรานึกถึงเค้าตลิดเวลาที่ดูคอนเสิร์ต
 
ตามันคอยจะมองที่หลังของตากล้อง
 
แล้วแอบคิดว่ามันจะดีแค่ไหน
ถ้าคนที่อยู่ข้างหน้าเรา มันเป็นเขาจริงๆ
 
กลับมาถึงบ้านรีบส่งข้อความไป
บอกเค้าว่าวันนี้ฉันคิดถึงคุณจังเลย
แล้วฉันก็อยากให้คุณคิดถึงฉันด้วย
 
+++++++++++++++++++
 
ทำได้แค่เพียงเท่านี้
 
+
+
+
เพียงพอแล้ว
 
 
" รักเธอเสมอ นานเท่าไหร่ยังรักเธอ เหมือนแต่ก่อนป็นมาเสมอ แม้ว่าเธอจากฉันไป
   ฉันยังเฝ้าดู และอยากจะรู้ความเป็นไป เพราะว่าฉันรักเธอ....................ดังเดิม"
11/12/2007

นานแล้วที่ไม่ได้เขียนบล๊อก

 
ตั้งแต่กลับมาเมืองไทย ก็หายไปจากการเขียนบล๊อก
 
หายไปจากการติดต่อเพื่อนฝูง
 
รู้สึกเหงานะ
 
กลับมาเมืองไทยครั้งนี้
 
คงจะเป็นการอยู่ยาว..อย่างน้อยก็2ปีนั่นแหละ
 
ความจริง อยากอยู่นะ แต่ไม่ชอบทำงานกับคนไทย
 
ไม่ชอบชีวิตที่ต้องทำงานแบบไม่มีอิสระแบบนี้
 
แต่เราก็พยายามนึกถึงครอบครัว...เราคงไม่สามารถอยู่กับเค้าได้ทั้งชีวิต
 
เราอยากจะอยู่กับเค้าก่อน
 
ก่อนที่เราจะหนีเค้าไปอีก
 
พลอยอยากไปอังกิดจังเลย
 
อยากไปจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
 
แต่เราก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเรียนให้จบโทก่อนแล้วค่อยไป
 
สู้ๆนะ ไพลิน
 
 
 
พูดถึงเรื่องความรักบ้าง
 
ประกาศตัวนะคะ ว่าโสด แต่ไม่สนใจจะหาค่ะ
 
เพราะยังหัวปักหัวปำอยู่กับตาแก่อยู่
 
มีความสุขมากๆที่ได้ชอบเค้าแบบนี้
 
แล้วก็ดีใจที่เค้ารู้ว่าเราชอบ
 
ไม่เสียแรงที่ตามส่งข้าว ส่งน้ำมาเป็นแรมเดือน
 
 
 
แม้ว่าการกลับมาเมืองไทยคราวนี้จะทำให้ฉันอดพบกับเค้า
 
แต่ฉันมั่นใจว่า มันจะต้องมีโอกาสอีกครั้งที่ฉันจะได้พบกับเค้า
 
ฉันมั่นใจเหลือเกิน
 
 
 
เพราะฉะนั้น ฉันจึงรอวันนั้น อย่างมีความสุข
 
แม้ว่าเค้าจะไม่เคยตอบกลับข้อความที่ฉันส่งไปเลยก็ตาม
 
แต่ฉันก็มั่นใจว่าเค้าจะไม่มีทางลืมฉันได้
 
สิ่งนี้แหละคือสิ่งที่ทำให้ฉันรอเค้าอย่างมีความสุขต่อไปเรื่อยๆ
 
ใครอาจจะมองว่าฉันหลอกตัวเอง
 
แต่ฉันก็จะบอกกับเค้าว่า ไม่หรอก
 
ฉันไม่ได้หลอกตัวเอง
 
ฉันกำลังทำให้ตัวเองมีความสุขต่างหากล่ะ
 
 
อย่าลืมนะคะทุกคน
 
ความสุขคือสิ่งสำคัญทีสุดในการดำรงชีวิต
 
รักษามันให้อยู่กับตัวคุณตลอดเวลา
 
ป.ล. ฉันเคยเจ็บ จึงเข้าใจว่า การที่ความสุขมันยังอยู่กับเรานั้นมีค่ามากแค่ไหน
 
และเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันสามมารถจะทำให้ตัวเองมีความสุขได้ฉันจะทำ
 
 
8/23/2007

for

>
>
>
>
> >> >เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน
> >ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม
> >
> >สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ“คน” เป็นสิ่งมีชีวิต
> >ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น
> >
> >อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป
> >
> >เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว
> >
> >อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป
> >
> >เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น
> >
> >อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป
> >
> >เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . .. คนเดียว .....
> >
> >อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป
> >
> >เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง
> >
> >อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป
> >
> >เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด
> >
> >อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้
> >
> >เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้
> >
> >คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที
> >
> >เธอ. .. . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ
> >
> >ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา
> >
> >ฉันเองก็เป็น “คน” เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน
> >
> >....อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...
> >
> >
> >
> >


 
8/15/2007

ทริปโหด @ Taiwan

ขี่มอไซ ออกจากไทเป ใชุ้ถนนสาย เป่ยอีกงลู่ (ถนนสายมรณะ...ผีดุมากๆ)
ถนนเส้นนี้เป็นที่ร่ำลือกันว่าผีดุสุดๆ คนตายบ่อยสุดๆ เราออกจากไทเปตอนบ่ายๆ กะไปถึง อี๋หลานตอนเย็นๆ แต่ทว่า ระหว่างทางนั้นฝนตกหนัก หนักแบบว่าไม่สามารถขี่ต่อไปได้ เราเลยต้องจอดที่ศาลาริมทาง กลัวผีก็กลัว กลัวตายก็กลัว ยังดีทีีมีคุณพี่ที่มาหลบฝนเหมือนกันอยู่เป็นเพื่อน (ความจริงก็แอบกลัวๆอยู่ว่าคนหรือผี)


ในที่สุดฟ้าก็เป็นใจ ฝนเริ่มซา เราก็ออกเดินทางต่อทันที

ในที่สุดก็มาถึงอี๋หลานจนได้ ดีใจๆๆ เห็นร้านเจ็ด สิบเอ็ด เหมือนเห็นสวรรค์

รีบจอดแวะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าล้างตา ตบด้วย ชอคโกแลตร้อนๆที่แสนจะจืดชืดหนึ่งแก้ว

พักผ่อนจนถึงเวลาอันควรแล้ว เริ่มออกเดินทางต่อ

เป้าหมายต่อไปคือ หลัวตง (เขตหนึ่งในอี๋หลาน)
.
.
.

ขับชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน...แวะพักไปเรื่อยตามทาง ถึงเป้าหมายแล้วเย้ๆๆๆ

เอาของไปเก็บที่โรงแรมก่อน เด๋วไปลุยตลาดมืดทีหลัง....แต่ทว่า...โีรงแรมที่เคยพัก ด้วยราคาแสนถูกนั้น...."ปิดปรับปรุง" แม่เจ้า อยากจะกระโดดกัดหูตัวเองอย่างแรง

ทำไงดีงบไม่พอไปพักที่อื่นเสียด้วย แต่ไม่เป็นไร เรามีแผนสอง...แผนสองของเราคือ
.
.
.
ค้างที่ ktv (คาราโอเกะ) เฮอะๆๆๆ
"จองห้องหลังห้าทุ่มสามารถร้องได้ถึงหกโมงเช้าเลยค่้า" เสียงสวยใสของพนักงานร้านคาราโอเกะลอยมาตามสาย
ดูเวลา "ขณะนี้เวลา 18 นาฬิกา 46นาที เวงกำ ยังเหลืิอเวลาอีกตั้งเยอะทำไงดี"
และแล้วสมองน้อยๆของเราก็บอกว่า ...เอากระเป๋าไปวางที่ห้างดีก่าแล้วก็ไปเดินตลาดมืด เชิ้บๆ
ว่าแล้วก็เอากระเป๋าำไปแหมะไว้ที่ลํอกเกอร์ในห้าง ส่วนเราก็ดอดไปหาของกินในตลาดมืด
.
.
.
ตลาดมืดที่นี่ของกินเยอะดี แล้วก็ไม่ค่อยซ้ำกะที่ไทเปเท่าไหร่ แต่ทำไม๊ ทำไม ที่ตลาดมืดไม่มีขายไก่ทอดร้านโปรดของไจ่ไจ๋(เอฟโฟร์) ไม่ได้ชอบไจ๋นะคะ แต่้เค้าว่ามันอร่อยมากๆ
เวลายังเหลือตรึม เลยไปนั่งดูไพ่ยิปซี 50 nts ไม่แม่นสุดๆ แต่ก็เอาเหอะ ฆ่าเวลา เดินไปเดินมา ตายหล่ะหว่า ห้างจะปิดแล้ว...กระเป๋ายังชีพฉ้านนนน
กลับไปเอากระเป๋าได้ทันเวลา ฝนเริ่มลงเม็ดอีกแล้ว เซ็ง....เดินจนไม่รู้จะเดินไปไหนแล้วเลยตัดสินใจ ไปตามล่าหาไก่น้องไจ๋ดีกว่า...ขับไป วนไป วนซ้าย วนขวา เจอแล้ว!!! ตื่นเต้นๆๆทำเป็นไม่เคยกินมาก่ิอน(ความจริงกินมาแล้วที่ไทเป) รีบจอดรถลงไปซื้อ สั่งด้วยความมาดมั่น
"เถ้าแก่ ไก่ทอดชิ้นนึง"
เถ้าแก่มองหน้าด้วยสายตาเหยียดหยาม "ใช้เขียน ไม่ได้ใช้ปากสั่ง เด๋วแ่ม่ตบ"
สั่งไก่ทอดก็ผิดด้วย ก็ำไม่อยากให้เปลืองกระดาษนี่นา พอเขียนเสร็จส่งให้เถ้าแก่ ดันถามตูอีกว่า
"เอาชิ้นเดียว อ๋อ"...
ชิ้นเดียวก็จะกินไม่หมดอยู่แล้ว จะให้ตูกินกี่ชิ้นกัน
ระหว่างนั่งรอ แหม ร้านนี้อินเทรนด์ เปิด ซินกวงต้าเต้า ซะด้วย
ระหว่างกำลังเคลิบเคลิ้มกับเสียงของหยางจงเหว่ยอยู่นั้น...
คุณเถ้าแก่ก็ตะโกนมา "ป้าๆ ไก่ชิ้นเดียวที่สั่งอ่ะ ได้แล้ว"
.
.
.
หลังจากลิ้มลองรส ไก่ทอดน้องไจ๋แล้วนั้น เราก็รู้สึกอยากจะกลับไปเจอสายตาเหยีดหยามของเถ้าแก่อีกจัง ขอบอกว่าอร่อย อร่อยกว่าที่ไทเปหลายเท่านัก แต่ทว่าหลังจากวนซ้าย วนขวา ขับไป ขับมา ผลลัพธ์ที่ได้คือ หาไม่เจอ เวงกำ ย้ายร้านหนีไปแล้วรึไงเนี่ย สงสัยเราจะทำบุญกับไก่น้องไจ๋มาแค่นี้
 

5/30/2007

i still alive

 
 
กลับมาแว้ววววว
ดีใจที่รอดกลับมา
ระหว่างเดินทางคิดว่าจะตายอยู่บนเขาเสียแล้ว
เหนื่อยมาก  เป็นการเดินทางที่แสนทรหด
เอาไว้วันหลังจะมาเล่าเป็นตอนๆ
วันนี้ขอพักผ่ิอนก่อนนะ
5/26/2007

太熱了吧!!

 
 
ร้อนค่ะ
อากาศร้อน จบแทบจะทนไม่ไหว
คือมันร้อนแบบชื้นๆอ่ะ อึดอัด อึดอัด
 ช่วงนี้มีความสุขดีกับชีวิต ก็นะตามอัตภาพ
เทอมนี้จบลงแล้วมิต้องทนกับอาจารย์คนนี้อีกต่อไป
 ดีใจ ดีใจ วันจันทร์นี้จะไปเที่ยว  เย้้้ๆๆๆๆๆ
วันพฤหัสกลับนะคะ 
รักคนแก่นะคะ จุ๊บๆ  (อ้วก)
  
5/24/2007

Ploy ....wanna talk!!

หลงรักคนแก่
 
ถ่ายหนังจบแล้ว  หายเหนื่อย  แต่ก้แอบเศร้าๆนิดนึง 
เพราะคนแก่เราก็ต้องไปทำงานต่อที่แคนาดา  ไม่รู้จะได้เจอกับเค้าอีกเมื่อไหร่
....แบบว่า เรื่องมันมีอยู่ว่าคนแก่ที่เราชอบเีนี่ย
เป็นตากล้องถ่ายหนังเรื่องนี้ คือแบบว่าเท่ห์้โคตรอ่ะ 
อายุ54และ แต่ว่ายังเท่ห์อยู่
ขอนำเสนอว่าhe เป็นตากล้องติดอันดับหนึ่งในห้าของโลกเชียวนะจะบอกให้ 
 
เฮ้อ แต่ก็๋นะรักเค้าข้างเดียว แกมีลูกมีเมียแล้ว
ทำอะไรมากไม่ได้ ได้แต่คอยส่งข้าวส่งน้ำส่งหมากไปเรื่อย
 ตามประสาคนแก่ ไอ้เราเองก็ได้แต่กินแห้ว 
 แต่อย่างน้อยก็ดีใจที่เค้าได้้รับรู้ว่าเราชอบเค้า 
 แถมยังมาว่าเราโง่อีก
ใช่สิใครจะไปฉลาดเหมือนเองล่ะ
ถ้าฉันฉลาดก็คงไม่มาชอบคนแก่กว่าพ่อตัวเองหรอกอิๆๆ